ผู้เขียน หัวข้อ: โครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเลตะวันออกคาดแล้วเสร็จปี 53  (อ่าน 1468 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Webmaster

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1152
  • การ์ม่า: -1
  • How are you ?

       จันทบุรี – โครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเลจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด คาดแล้วเสร็จปี 53 ทันตามเป้าหมายที่กำหนด
       
       นายประจักษ์ สุวรรณภักดี ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เผยถึงความคืบหน้าโครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเล จังหวัดระยอง-จันทบุรี และ ตราด ว่า ขณะนี้ โครงการมีความคืบหน้าไปพอสมควร แล้วคาดว่าจะสามารถสร้างแล้วเสร็จตามเป้าหมาpที่กำหนด
       
       สำหรับโครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเลตะวันออกนั้น เดิมเป็นโครงการที่ทางการคมนาคมทางบก ดำเนินการ แต่มีปัญหาด้านความต่อเนื่องและความสะดวกปลอดภัยพื้นที่เลียบชายฝั่งทะเลมีความสวยงาม และมีศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ แต่ไม่ได้รับการพัฒนา ทางคณะรัฐมนตรีจึงมีมติ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2547 ให้กรมทางหลวงชนบทดำเนินการสำรวจ ออกแบบ และก่อสร้าง
       
       โดยมุ่งเน้นพัฒนาให้เป็นถนนสำหรับการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลระดับสากล และสามารถส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลแห่งใหม่ด้วย เพื่อพัฒนาให้เป็นถนนสำหรับการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลระดับสากล และส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลแห่งใหม่ แบ่งเบาปริมาณการจราจรในถนนสายหลักพร้อมทั้ง รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินทดแทนถนนสายหลัก แนวเส้นทางการเดินทาง โดยเริ่มต้นโครงการที่แยกทางหลวงหมายเลข 3161 (สุขุมวิท-อ่าวไข่) บริเวณ อนุสาวรีย์สุนทรภู่ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
       
       แนวถนนเลียบชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของจังหวัดระยอง ข้ามปากแม่น้ำประแสร์ ปากแม่น้ำพังราด เข้าสู่จังหวัดจันทบุรีไปหาดคุ้งวิมาน อ่าวคุ้งกระเบน และปากแม่น้ำจันทบุรี สิ้นสุดโครงการเชื่อมทางหลวงหมายเลข 3149 ที่ กม.7+000 อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี เข้าสู่ ถนนสุขุมวิท ที่สามแยกแหลมสิงห์ รวมระยะทางประมาณ 111 กิโลเมตร
       
       โดยมีระยะเวลาก่อสร้างในระยะที่ 1 ก่อสร้างปี 2549 งบประมาณ 100 ล้านบาท ระยะที่ 2 ก่อสร้างปี 2550 งบประมาณ 182 ล้านบาท ระยะที 3 ก่อสร้างปี 2551 งบประมาณ 256 ล้านบาท ระยะที่ 4 ก่อสร้างปี 2552 งบประมาณ 352 ล้านบาท และระยะที่ 5 ก่อสร้างปี 2553 งบประมาณ 310 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณทั้งโครงการ 11,200 ล้านบาท
       
       หากโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมด จะเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยวให้กับชายฝั่งทะเลตะวันออก เอื้อประโยชน์โดยตรงต่อชุมชนในท้องถิ่น เป็นการเพิ่มมูลค่าต่อทรัพยากรที่มีอยู่เดิม เพิ่มรายได้ด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศ นอกจากนี้เป็นการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวชายฝั่งทะเล ให้มีความสะดวก ปลอดภัย สวยงาม เข้าสู่มาตรฐานถนนท่องเที่ยวระดับสากลอย่างยั่งยืนสืบไป


ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 22 กันยายน 2551 14:47 น.