ผู้เขียน หัวข้อ: การเลี้ยงกบขวดเพื่อเศรษฐกิจในครัวเรือน  (อ่าน 16662 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

chairat

  • บุคคลทั่วไป


" กบนา" จัดเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่คนไทยยังนิยมบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ทราบดีว่ากบนาในธรรมชาติมีปริมาณลดน้อยลงไม่สอดคล้องกับความต้องการ ในการบริโภคที่มีเพิ่มมากขึ้น รูปแบบการเลี้ยงกบจึงได้มีการพัฒนาในเชิงพาณิชย์มากขึ้น อาทิ การเลี้ยงกบในบ่อปูน, การเลี้ยงกบในกระชัง, การเลี้ยงกบในบ่อดิน ฯลฯ ต่อมาได้เริ่มมีเกษตรกรประยุกต์วิธีการเลี้ยงโดยนำวัสดุเหลือใช้มาก่อให้ เกิดประโยชน์สูงสุดคือเลี้ยงในยางรถยนต์เก่าและเรียกวิธีการเลี้ยงรูปแบบนี้ ว่า “การเลี้ยงกบคอนโด” ในขณะนี้ได้มีการพัฒนานำกบมาเลี้ยงในขวดพลาสติกเพื่อเน้นการบริโภคในครัว เรือนซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่มีการนำเอาวัสดุที่ใช้แล้วมาใช้ให้เกิด ประโยชน์

นางสัมพันธ์ ต้นกันยา ครูเชี่ยวชาญ โรงเรียนบ้านคงอุดม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดทำโครงการเลี้ยงกบขวดเพื่อเศรษฐกิจในครัวเรือนในโรงเรียนจนประสบความ สำเร็จสามารถขยายผลไปสู่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงสามารถประกอบเป็นอาชีพเสริม ในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี คุณสัมพันธ์ได้บอกถึงข้อดีของการเลี้ยงกบนาในรูปแบบนี้มีจุดเด่นตรงที่ ประหยัดพื้นที่ในการเลี้ยงและลดต้นทุนในการผลิต โดยเริ่มต้นจากการจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ในการเลี้ยง ใช้ขวดพลาสติกที่ใช้แล้วขนาดบรรจุ 1.25 ลิตร นำขวดพลาสติกมาล้างทำความสะอาด หลังจากนั้นเจาะรูเป็นรูปสามเหลี่ยมขนาด 2 เซนติเมตร บริเวณ 1 ส่วน 3 ของขวดด้านบนเพื่อเป็นที่หายใจและให้อาหาร

นำลูกกบนาที่มีอายุประมาณ 2-3 อาทิตย์ มาใส่ในขวดพลาสติกขวดละ 1 ตัว ปิดฝาขวดให้แน่นใส่น้ำลงไปประมาณ 1 ใน 4 ของขวด นำไปวางในชั้นวางลักษณะขวดเอียง 45 องศา โดยเอาปากขวดลงและเอาก้นขวดบริเวณที่เจาะรูขึ้น สถานที่วางขวดจะต้องวางในที่ร่มและเย็น ป้องกันแสงแดดส่องเผาตัวกบ และควรจะเป็นสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เช่น ใต้ชายคาบ้าน ในระยะแรกในการเลี้ยงใช้อาหารกบเล็ก ถ้าไม่มีหรือหายากอาจจะประยุกต์ใช้อาหารปลาดุกเล็กที่มีโปรตีนไม่น้อยกว่า 30% ให้อาหารวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 3-5 เม็ด เช้า-เย็น เมื่อกบนาโตขึ้นให้ปรับสูตรอาหารเป็นอาหารปลาดุกกลางและปลาดุกใหญ่ตามลำดับ ในระหว่างการเลี้ยงจะต้องมีการถ่ายเทน้ำ 2-3 ครั้ง เพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย โดยให้สังเกตจากเศษอาหารในขวดถ้ามีมากและน้ำเริ่มเปลี่ยนสี เมื่อเลี้ยงกบในขวดได้นานประมาณ 3 เดือน ให้เปิดฝาปิดขวดและน้ำหนักของตัวกบนาจะได้ขนาด 200-250 กรัม ซึ่งอัตราการเจริญเติบโตใกล้เคียงกับการเลี้ยงในบ่อดิน คุณสัมพันธ์ ได้บอกว่าเมื่อกบนามีอายุได้ 4 เดือน ให้นักเรียนจับมาบริโภคได้ ข้อเสนอแนะในการเลี้ยงกบในขวดพลาสติกควรจะให้อาหารพอเหมาะไม่ควรมีอาหาร เหลือในขวด น้ำที่เปลี่ยนถ่ายให้นำไปรดต้นไม้หรือพืชผักสวนครัว ขวดพลาสติกที่นำมาเป็นภาชนะเลี้ยงควรเป็นขวดลักษณะสี่เหลี่ยมเพื่อสะดวกใน การจัดชั้นวางรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่โรงเรียนบ้านคงอุดม โทร. 0-4222-3430
 
ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ

25 มกราคม พ.ศ. 2552

Janggo

  • บุคคลทั่วไป
Re: การเลี้ยงกบขวดเพื่อเศรษฐกิจในครัวเรือน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 08, 2009, 05:00:00 am »

 8)ผมชอบการเลี้ยงกบในขวดมากผมจะทดลองเลี้ยงดูถ้าได้ผลผมจึงจะขยายให้ใหญ่ขึ้นทดลองครั้งแรกคิดว่าจะทำไว้บริโภคในครัวเรือนก่อน

วรรชนะลักษณ์

  • บุคคลทั่วไป
Re: การเลี้ยงกบขวดเพื่อเศรษฐกิจในครัวเรือน
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2009, 11:16:08 am »

สนใจอยากเลี้ยงกบในขวดพลาสติก แต่เป็นกังวลเรื่องของตลาด แบบนี้เราจะปรึกษาใครได้คะ
เกษตรจังหวัดสามารถใหคำปรึกษาได้หรือไม่ ???

สุนทร

  • บุคคลทั่วไป
Re: การเลี้ยงกบขวดเพื่อเศรษฐกิจในครัวเรือน
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2009, 12:08:10 pm »

อยากเลี้ยงกบในขวดพลาสติกบ้างครับแต่ยังไม่มีความรู้มากอยากได้คำแนะนำครับ

ออฟไลน์ adul

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1420
  • การ์ม่า: 0
Re: การเลี้ยงกบขวดเพื่อเศรษฐกิจในครัวเรือน
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2009, 09:56:40 am »

ปรึกษาได้ที่
1.สำนักงานประมงจังหวัด
2.สถานี / ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด
น่าจะได้ข้อมูลครบถ้วนครับ