ผู้เขียน หัวข้อ: แฉ! กบข.ลงทุนเจ๊ง 7 หมื่น ล.เงินสมทบ ขรก.ติดลบ-ผู้บริหารฟาดโบนัส 3 เดือน  (อ่าน 6113 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

chairat

  • บุคคลทั่วไป

บอร์ด กบข.สั่งเลิกจ้าง'วิสิฐ'แทนลาออก

ทุบโต๊ะสั่งเลิกจ้าง"วิสิฐ"อดีตเลขาธิการฯ แทนให้ลาออก"บอร์ด กบข."แจงเหตุทำผิดซื้อขายหุ้น และยื่นใบลาออกไม่ผ่านตามกฎเกณฑ์ ไม่หวั่นถูกฟ้องกลับ พร้อมเพิ่มอำนาจคณะกรรมการสอบวินัยลุยหาหลักฐาน คาดรู้ผลก่อน 30 มิ.ย. ขู่พบสร้างความเสียหายองค์กร ฟ้องเอาคืนทันที แถมตั้งรองเลขาฯ สายบริหารรักษาการแทน ขณะที่ “ป.ป.ท.” ร่อนหนังสือขอเอกสารการตัดสินใจลงทุนย้อนหลังตั้งแต่ปี 40
 
ที่คณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 8 มิ.ย. นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ว่าที่ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการ กบข. (บอร์ด กบข.) ว่าที่ประชุมได้พิจารณาหนังสือลาออกของนายวิสิฐ ตันติสุนทร เลขาธิ การ กบข. และมีมติระงับการลาออกของนายวิสิฐ เพราะเป็นการลาออกที่ปฏิบัติไม่เป็นไปตามระเบียบของกองทุน เนื่องจากตามระเบียบต้องแจ้งการลาออกล่วงหน้า 30 วัน ก่อนยุติการทำงาน จึงทำให้การยื่นใบลาออกไม่ผ่านตามกฎเกณฑ์ ประกอบกับนายวิสิฐได้ชี้แจงในหนังสือลาออกว่าได้ปฏิบัติไม่เป็นตามระเบียบ ของกองทุน แต่ยืนยันไม่ได้ทำการทุจริต ที่ประชุมจึงมีมติให้เลิกจ้างนายวิสิฐแทน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันยื่นหนังสือลาออก และที่ประชุมพิจารณาถึงผลการตรวจสอบของคณะกรรมการเฉพาะกิจ ที่มีนายสมพล เกียรติไพบูลย์ เป็นประธาน โดยระบุว่านายวิสิฐมีความผิดที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบของ กบข. ในการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นความผิดที่ตรงกัน จึงเป็นเหตุนำไปสู่การลงมติเลิกจ้าง
   
“การเลิกจ้างครั้งนี้ นายวิสิฐจะไม่ได้รับเงินชดเชย และจากนี้จะไม่มีหน้าที่ใน กบข. อีกต่อไป ส่วนระหว่างที่ดำรงตำแหน่งอยู่นั้น จะมีความผิดอื่นเพิ่มเติมในเรื่องใดบ้าง คงต้องรอกระบวนการสอบสวนของคณะกรรมการสอบวินัย ที่มีนายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เป็นประธาน คณะกรรรมการ เป็นผู้ดำเนินการสอบสวนต่อไป โดยขณะนี้ได้ให้อำนาจเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาว่า นาย วิสิฐทำให้เกิดความเสียหายและมีผลเสียต่อองค์กรหรือไม่ หากมีความเสียหายสามารถเรียกร้องความเสียหายจากนายวิสิฐได้ แต่ยังระบุไม่ได้ว่าจะเป็นอย่างไร เพราะต้องดูความผิดจากการสอบสวนก่อน เชื่อว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิ.ย. นี้”
 
นายสถิตย์ กล่าวว่า ในช่วงนี้ได้มอบหมายให้ น.ส.วริยา ว่องปรีชา รองเลขาธิการสาย บริหารงานสมาชิก รักษาการแทนตำแหน่งเลขา ธิการ กบข. ไปก่อน ส่วนกระบวนการสรรหาเลขาธิการ กบข. คนใหม่ ได้ตั้งคณะกรรมการสรรหา มีนายปรีชา วัชราภัย เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เป็นประธาน ซึ่งต้องขึ้นกับคณะกรรมการชุดดังกล่าวว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใด แต่โดยส่วนตัวได้เร่งให้ดำเนินการให้รวดเร็วกว่าเดิม ตาม กรอบเวลาเดิมนั้นนายวิสิฐจะหมดวาระในวันที่ 14 ส.ค. นี้ ในส่วนของพนักงานหรือผู้บริหารคนอื่นที่อาจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของ กบข. นั้น ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง และคงต้องรอผลการสอบสวน หากใครทำผิดต้องดำเนินการตามข้อบังคับพนักงาน กบข. สำหรับกรณีนายวิสิฐถือเป็นผู้บริหารหรือซีอีโอของหน่วยงาน จึงไม่อยู่ภายใต้กฎหมายแรงงาน
   
“ในการประชุมครั้งนี้ใช้เวลาพิจารณานานกว่า 3 ชั่วโมง ซึ่งทุกฝ่ายได้พิจารณาดีแล้ว เชื่อว่านายวิสิฐ จะไม่กลับมาฟ้องร้องบอร์ดได้ อย่างไรก็ดี ในคณะกรรมการชุดที่มีนายสมพล เป็นประธานครั้งล่าสุดที่ผ่านมา ได้พิจารณาปรับปรุงแก้ข้อบกพร่องต่าง ๆ เช่น นโยบายการลงทุน กระบวนการตรวจสอบการซื้อขายหุ้นของพนักงานทั้งหมด เป็นต้น นอกจากนี้ ต้องปรับรูปแบบแนวคิดการบริหารให้สอดคล้องกับนโยบาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ต้องการให้นำหลักการควบคุมดูแลกองทุนต่าง ๆ ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มาปรับปรุงการบริหารกองทุน” ว่าที่ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวทิ้งท้าย
 
ขณะที่ นายสุจินดา สุขุม ผอ.สำนักกฎหมาย กบข. กล่าวว่า เมื่อคณะกรรมการเฉพาะกิจไม่ได้ระบุข้อหาในการกระทำความผิดของนายวิสิฐ เพราะได้ตรวจสอบการบริหารของกองทุนแล้ว พบว่าเป็นการทำเพื่อประโยชน์ของสมาชิกเป็นไปอย่างถูกต้อง แต่ได้ระบุความผิดส่วนบุคคลของเลขาธิการ กบข. ว่ามีความผิด คณะกรรมการ กบข. จึงได้ตั้งนายปกรณ์เป็นกรรม
การตรวจสอบในเชิงลึกเพื่อหาความผิดในการซื้อขายหุ้นทั้งก่อนและหลังที่กอง ทุนจะเข้าไปลงทุน ส่วนความผิดทางวินัยไม่จำเป็นต้องพิจารณา เพราะนายวิสิฐไม่อยู่ในสภาพเป็นพนักงาน
   
นายสุจินดา กล่าวต่อว่า หลังมีการตั้ง คณะกรรมการเฉพาะกิจ ได้เชิญตัวแทนจากสำนัก งานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้ามาเป็นกรรม การด้วย แต่ ป.ป.ท. ไม่ยอมเข้าร่วม โดยขอสังเกตการณ์ในการประชุม และ ป.ป.ท. ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง จึงรับทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด รวมทั้งรับ เอกสารเหมือนกรรมการทุกคน แต่ไม่ทราบเหตุผลว่าเมื่อมีการสรุปความผิด ทำไมจึงมีความแตกต่างจากข้อสรุปของคณะกรรมการชุดนายสมพล นอกจากนี้ ยังยืนยันว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวมีตัวแทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก.ล.ต. อัยการสูงสุด และตำรวจ จึงคงไม่มีใครกล้าบิดเบือนข้อมูลแลกกับการกระทำความผิด ส่วนการเรียกร้องความเสียหายจากนายวิสิฐ จะเป็นความเสียหายที่คำนวณเป็นตัวเลขได้ แต่ปัญหาขณะนี้คือข้อเท็จจริงต่าง ๆ อาจไม่ได้เกิดจากนายวิสิฐ แต่อาจเกิดจากบุคคลหรือหน่วยงานใดเป็นผู้ให้ข่าว ซึ่งอาจไม่ถูกต้องหรือบิดเบือน ดังนั้นต้องมองเรื่องนี้อย่างเป็นธรรม
 
ด้าน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ เลขาธิการ ป.ป.ท. เปิดเผยว่า ป.ป.ท.ได้ส่งหนังสือถึงนายวิสิฐ เลขาธิการ กบข. และ ประธานคณะกรรมการ กบข. เพื่อขอความอนุเคราะห์ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นที่เกี่ยวกับการบริหาร จัดการและการลงทุนของกบข. พร้อมทั้งร้องขอให้  กบข. จัดส่งเอกสารเกี่ยวกับสำเนารายงานการประชุมของบอร์ด กบข. ตั้งแต่ปี 2540 จนถึงปัจจุบัน สำเนารายงานการประชุมของคณะอนุกรรมการการจัดการการลงทุน ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2545 จนถึงเดือน ธ.ค. 2551 สำเนาเอกสารเกี่ยวกับการกำหนดการลงทุนวิธีการลงทุน และวิธีการตัดสินใจลงทุน และการติดตามประเมินผลการลงทุน อย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนนี้ ป.ป.ท. ทำได้เพียงร้องขอความอนุเคราะห์ให้ กบข. ชี้แจงและจัดส่งเอกสารข้อมูล หากพ้นระยะเวลาที่เหมาะสม กบข. ไม่ให้ความอนุเคราะห์ ป.ป.ท. คงต้องดำเนินการขั้นตอนอื่นต่อไป.


9 มิถุนายน พ.ศ. 2552
http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=201540&NewsType=1&Template=1

ชายฝั่ง

  • บุคคลทั่วไป

นี่แหละ Thailand ผู้บริหาร หรือผู้ใหญ่ เมื่อได้ไปถึงจุดนั้น ไม่หันกลับมามองว่าก่อนหน้านั้น เขาทำกับเราอย่างไร เราจะทำอะไรให้กับคนรุ่นหลัง แต่พอมีอำนาจ ก็หลงระเริง คนรุ่นหลังก็มา บ่น  ดัง ๆๆ แบบนี้  แต่ สำนักชายฝั่ง คงจะไม่มีใช่ไหม ผู้บริหาร รักลูกน้อง ไม่เอาเปรียบ พวกเราใช่ไหมครับเจ้านาย

ชายแดน

  • บุคคลทั่วไป

อ้างถึง
สำนักชายฝั่ง คงจะไม่มีใช่ไหม ผู้บริหาร รักลูกน้อง ไม่เอาเปรียบ พวกเราใช่ไหมครับเจ้านาย


ใช่ครับรักทุกคน

แต่ขอ 1 ขั้นให้กับผู้บริหารทุกคนแล้วกัน ส่วนลูกน้องรอไปก่อนนะ จ๊ะ

chairat

  • บุคคลทั่วไป

กบข.สวนหมัดหันพึ่งกฤษฎีกาชี้อำนาจ ป.ป.ท.

รายงานข่าวจากกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการบริหารงานของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ว่าขณะนี้คณะกรรมการ กบข.และนายวิสิฐ ตันติสุนทร อดีตเลขาธิการ กบข. ยังไม่ได้ติดต่อขอชี้แจงข้อมูลต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ตามที่ได้ทำหนังสือร้องขอไปเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมาหรือไม่

 อย่างไรก็ตาม กลับมีหนังสือจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาส่งถึงนายธาริต เพ็งดิษฐ์ เลขาธิการ ป.ป.ท. ขอให้เข้าชี้แจงอำนาจของ ป.ป.ท.ในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ เวลา 14.00 น. ตามที่กรมบัญชีกลางทำหนังสือขอหารือไปยังกฤษฎีกา ว่าเลขาธิการ ป.ป.ท.มีหน้าที่เพียงการบริหารงานธุรการ และไม่มีกฎหมายใดกำหนดให้เลขาธิการกระทำแทนบอร์ด ป.ป.ท.

 รายงานข่าวระบุว่า การส่งหนังสือขอหารือผ่านกรมบัญชีกลาง เป็นประเด็นที่ต้องจับตามอง เนื่องจากผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานรัฐหลายแห่งต่างมีชื่อร่วมเป็นบอร์ด กบข. ทำให้ข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข.ต่าง วิตกกังวลว่า การตรวจสอบอาจติดขัดในประเด็นอำนาจตามกฎหมาย จนอาจกลายเป็นประเด็นที่เบี่ยงเบนไม่ให้มีการตรวจสอบและหาตัวผู้รับผิดชอบ ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการบริหารและการตัดสินใจลงทุนที่ไม่โปร่งใส

 ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย ป.ป.ท.เตรียมข้อมูลเข้าชี้แจงต่อกฤษฎีกา เพื่อยืนยันว่าการตรวจสอบ กบข.ที่ผ่านมา ไม่ใช่การสั่งการตามอำนาจสอบสวน แต่เป็นการขอความอนุเคราะห์ให้ กบข.จัดส่งข้อมูล หรือเข้าให้ข้อมูลต่อ ป.ป.ท.ถึง 2 ครั้ง แต่ กบข.ไม่ เคยให้ตามที่ได้รับการร้องขอ อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบนั้น ป.ป.ท.ใช้อำนาจตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงาน ป.ป.ท. กระทรวงยุติธรรม พ.ศ.2551 และตระหนักดีว่าอำนาจการตรวจสอบ กบข.เป็นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดังนั้นหากครบกำหนด กบข.ไม่เข้าชี้แจงข้อมูลในประเด็นต่างๆ ป.ป.ท.จะส่งข้อมูลเบื้องต้นทั้งหมดให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


คม ชัด ลึก : 16 มิถุนายน 2552
http://www.komchadluek.net/detail/20090616/17181/%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%82.%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%9B.%E0%B8%9B.%E0%B8%97..html

ออฟไลน์ deno

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 76
  • การ์ม่า: 0


  อ้างถึง

   รายงานข่าวระบุว่า การส่งหนังสือขอหารือผ่านกรมบัญชีกลาง เป็นประเด็นที่ต้องจับตามอง เนื่องจากผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานรัฐหลายแห่งต่างมีชื่อร่วมเป็นบอร์ด กบข.

   เพราะอย่างนี้ นี่เอง  :P
 
   การดำเนินการจึงล่าช้าไม่ทันใจวัยรุ่น  ::) :P

   เอ้า ! พวกเรา สมาชิกระดับล่างๆ  ช่วยกันกระตุ้นหน่อย  :D ;D

   

chairat

  • บุคคลทั่วไป

ข้าราชการนัดชุมนุม แต่งชุดดำ จี้รัฐบาลยกเลิกกบข.


องค์กรเครือข่ายสมาชิก กบข.ร่อนแถลงการณ์นัดแต่งดำชุมนุมใหญ่ 29 มิ.ย. พร้อมยื่นฟ้องคดีศาลทั่วประเทศ กดดันบอร์ดลาออกทั้งชุด และให้งดหักเงินสมาชิกเข้ากองทุนตั้งแต่ ก.ค.52 เป็นต้นไป..

วันนี้ (16 มิ.ย.) นายวิศร์ อัครสันตติกุล ประธานองค์กรเครือข่ายสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการองค์กรเครือข่ายและสมาชิก กบข. เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อติดตามความคืบหน้าหลังจากที่องค์กรเครือข่ายสมาชิก กบข.แห่งประเทศไทย พร้อมด้วยข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข.จำนวนมาก ได้ไปชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ยื่นข้อเรียกร้องต่อ นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้แก้ไข พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญ พ.ศ. 2539 ให้สมาชิกได้รับบำนาญมากขึ้น ให้สามารถลาออกได้ ตายให้ได้ประโยชน์ตามสิทธิ์ และให้มีผลแก่ผู้ที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว รวมทั้งให้ยุบ กบข.แล้วไปรับบำนาญตามปกติ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรับปาก จะเร่งดำเนินการให้ โดยจะได้คำตอบภายใน 1 เดือน แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของ ข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข.

นายวิศร์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมจึงมีมติให้ออกแถลงการณ์ดังนี้ ขอให้สมาชิก กบข.ทั่วประเทศ แต่งชุดดำเพื่อไว้ทุกข์แก่กฎหมายอัปยศ กบข. และยื่นฟ้องคดีต่อศาลทุกแห่งทั่วประเทศโดยพร้อมเพรียงกัน ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ โดยให้สมาชิก กบข.ในส่วนอัยการและศาลรับดำเนินการ นอกจากนี้ให้สมาชิกทั่วประเทศแต่งชุดดำ เดินทางมาชุมนุมใหญ่ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า และทำเนียบรัฐบาล เวลา 08.30 น. วันที่ 29 มิ.ย.นี้ พร้อมมีมติว่าเมื่อเลขาธิการ กบข.พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว กรรมการ กบข.ทุกคนควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งโดยด่วน และให้ยุติการทำธุรกรรมทางการเงินและธุรกิจต่างๆ

"ขณะนี้สมาชิกส่วน ใหญ่เจอปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ เงินไม่พอใช้จ่ายได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส จึงมีความจำเป็นที่จะขอให้รัฐบาลงดหักเงินสมาชิกเข้า กบข. ตั้งแต่เดือน ก.ค. 2552 เป็นต้นไป และสุดท้ายขอให้ยกเลิกกองทุน พร้อมคืนเงินให้สมาชิก โดยให้ไปรับบำนาญตามปกติ" ประธานองค์กรเครือข่ายสมาชิก กบข.แห่งประเทศไทยกล่าว


16 มิถุนายน พ.ศ.2552
http://www.thairath.co.th/content/edu/13224

chairat

  • บุคคลทั่วไป

โคราชแต่งดำยื่นฟ้องกบข.ขาดทุน

องค์กรเครือข่าย กบข.โคราชแต่งชุดดำไว้ทุกข์ ยื่นฟ้องศาลปกครอง ให้ดำเนินคดีผู้บริหาร กบข.ที่ทำขาดทุนนับแสนล้าน พร้อมชดใช้ ระบุรัฐบาลไม่จริงใจแก้ปัญหา ร่วมชุมนุมใหญ่ ทั่วประเทศ 29 มิ.ย. ...

วันนี้ (22 มิ.ย.) ที่บริเวณด้านหน้าศาลปกครองนครราชสีมา ถ.กุดั่น อ.เมืองนครราชสีมา นายสมัคร สถิตนิลรัตน์ ประธานองค์กรเครือข่าย กบข.จังหวัดนครราชสีมา และสมาชิกองค์กรเครือข่าย กบข. จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 60 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการครูพากันแต่งกายชุดสีดำไว้ทุกข์ พร้อมนำพวงหรีดเขียนข้อความว่า “อาลัยรัก .. บอร์ด กบข.” และที่ป้าย เขียนข้อความว่า “กองทุนอัปยศต้องปลดล็อก แก้ ม.63 ด่วน” เดินทางมายื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองจังหวัดนครราชสีมา โดยมีนายสมัคร เป็นตัวแทนยื่นฟ้อง กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และ กระทรวงการคลัง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ในข้อหา ขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งศาลปกครองนครราชสีมา ได้ลงรับเป็นคดีหมายเลขดำที่ 199/2552  โดยของผู้ฟ้องคดีได้ขอให้ 1.สั่งให้เพิกถอนคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมายของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสาม ที่สั่งให้เฉลี่ยผลการขาดทุนกับเงินผลประโยชน์ 2551 ของผู้ฟ้องคดี 2. สั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-3 คืนเงินของผู้ฟ้องคดีที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามหักไปจากบัญชีจากบัญชีสะสมของ ผู้ฟ้องคดี ปี พ.ศ. 2550 เป็นเงิน 16381.75บาท (หนึ่งหมื่นหกพันสามร้อยแปดสิบเอ็ดบาทเจ็ดสิบห้าสตางค์) พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จ 3. สั่งให้การลงทุนในทรัพย์สินของ กบข. ในปี 2551 เป็นการลงทุนที่มิชอบด้วยกฎหมายผลการขาดทุน  จึงไม่ผูกพันผู้ฟ้องคดี  4. สั่งให้ผู้ฟ้องคดีที่ 2 ออกกฎกระทรวงแก้ไขกฎกระทรวงฉบับที่ 4 พ.ศ. 2551 โดยกำหนดให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีการลงทุนในสัดส่วนลดลงเป็นร้อยละตามความเหมาะสมของสภาพเศรษฐกิจ 

นาย สมัคร สถิตนิลรัตน์ ประธานองค์กรเครือข่าย กบข.จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า องค์กรเครือข่าย สมาชิก กบข.แห่งประเทศไทย (อ.ส.ท.) พร้อมด้วยข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข.จำนวนมาก ได้ไปชุมนุมกันที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมาโดยยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จำนวน 5 ข้อ ขณะนี้ ยังไม่มีความคืบหน้า แสดงว่ารัฐบาลไม่จริงใจที่จะไขปัญหาความเดือดร้อนของข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข. จึงได้ประชุมคณะกรรมการองค์กรเครือข่ายฯ และสมาชิกที่ประชุมมีมติให้ สมาชิก กบข.ทั่วประเทศแต่งชุดสีดำไว้ทุกข์แก่กฎหมายอัปยศ กบข. และยื่นฟ้องคดีต่อศาลทุกแห่งในประเทศวันนี้ โดยพร้อมเพรียงกัน และขอให้สมาชิก กบข.ในส่วนอัยการและศาลรับเป็นภาระธุระในกรณีนี้ 

นาย สมัคร กล่าวอีกว่า กฎหมาย กบข.บังคับตัดสิทธิ์ และลิดรอน ขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจดำเนินการ ดำเนินคดีผู้บริหาร กบข. ที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ กบข. จนทำให้กองทุนเสียหายขาดทุนเป็นแสนล้าน และส่งผลกระทบต่อสมาชิกที่เกษียณอายุราชการ พวกเราไม่เอา พระราชบัญญัติ กบข.ที่ลิดรอน ฉ้อฉลคนเกษียณไม่ได้รับความเป็นธรรมถูกลิดรอนรายได้ อนาคตไม่แน่นอนตามที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ให้สมัคร ถ้าไม่ดูแล และแก้ไขตามที่สมาชิกเรียกร้อง ต้องยุบเลิก กบข. คืนเงินให้พวกเราเอาบำนาญ พ.ศ.2494 กลับคืนมาใช้แทน

อย่างไรก็ตาม หลังยื่นฟ้องที่ศาลปกครองนครราชสีมา ช่วงเย็นองค์กรเครือข่าย กบข. จังหวัดนครราชสีมาได้เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่บริเวณหน้า สพท.เขต 3 อ.ครบุรี และได้นัดสมาชิก กบข. ไปรวมตัวชุมนุมใหญ่ในวันที่ 29 มิ.ย. 2552 นี้ ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าและทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าจะมีสมาชิก กบข.ร่วมนับหมื่นคนแต่งชุดดำไว้ทุกข์มาร่วมชุมนุมกันแน่นอน


22 มิถุนายน พ.ศ.2552
http://www.thairath.co.th/content/region/14603

chairat

  • บุคคลทั่วไป

ผลสอบวินัย"วิสิฐ"ฟันธงผิดระเบียบ

คกก. สอบวินัยสรุปผลชี้"วิสิฐ"ผิดจริง แต่ไม่เรียกค่าเสียหายจากเจ้าตัว เหตุตีค่าเป็นตัวเงินไม่ได้ เตรียมชงบอร์ด กบข.17 ก.ค. รอ ก.ล.ต.ฟันฐานอินไซเดอร์

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการสอบวินัย นายวิสิฐ ตันติสุนทร อดีตเลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่มีนายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เป็นประธานเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม คณะกรรมการได้ประชุมสรุปผลการตรวจสอบในช่วงกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา เพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กบข.พิจารณาในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ โดยผลการสอบที่ออกมานั้น ระบุว่า นายวิสิฐได้ทำผิดระเบียบว่าด้วยการซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อบัญชีพนักงาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2550 จริง แต่คงไม่สามารถเรียกร้องความเสียหายจากนายวิสิฐได้ เนื่องจากไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายจากการซื้อขายหุ้นของนายวิสิฐ เป็นตัวเงินได้

แหล่งข่าวกล่าวว่า คณะกรรมการ กบข.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยนายวิสิฐ กรณีการไม่ปฏิบัติตามระเบียบ กบข. ขึ้นเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม หลังจากคณะกรรมการเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นเพื่อตรวจสอบการดำเนินงานของ กบข.ในปี 2551 ที่มีนายสมพล เกียรติไพบูลย์ เป็นประธานได้ตั้งข้อสังเกตว่า ตัวนายวิสิฐ และพนักงาน กบข.จำนวนหนึ่ง มีการซื้อขายหุ้นโดยที่ไม่ได้ขออนุญาต หรือ รายงานให้ กบข.รับทราบตามระเบียบที่มีอยู่ ซึ่งระเบียบฉบับนี้ นายวิสิฐได้เป็นผู้ลงนามเองเมื่อปี 2546 โดยพบว่า นายวิสิฐมีการซื้อขายหลักทรัพย์ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อที่ต้องจำกัดการทำธุรก รรม (Restricted List) และมีการซื้อขายหลักทรัพย์ตามเกณฑ์ที่มีคณะกรรมการเฉพาะกิจกำหนดถี่และจำนวน มาก

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ซึ่งเป็นผู้ร่วมสังเกตการณ์ในการตรวจสอบ ยังได้หยิบประเด็นการซื้อขายหุ้นของนายวิสิฐมาตรวจสอบกับการลงทุนของ กบข. ซึ่งระบุว่าน่าจะเข้าข่ายการซื้อดักหน้าดักหลังกองทุน ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จึงได้ดำเนินการตรวจสอบว่าการซื้อขายหุ้นของนายวิสิฐเข้าข่ายการใช้ข้อมูล ภายใน หรืออินไซเดอร์เทรดดิ้งหรือไม่

ทั้งนี้ เดิมบอร์ด กบข.กำหนดให้สอบสวนให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หรือภายในวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมกับขยายขอบเขตการสอบสวนจากเดิมที่ให้พิจารณาว่านายวิสิฐทำผิดระเบียบ จริงหรือไม่ แต่เนื่องจากนายวิสิฐได้ยื่นหนังสือลาออกต่อบอร์ด โดยยอมรับว่าทำผิดระเบียบจริง ซึ่งบอร์ดมีมติไม่รับหนังสือลาออก และอนุมัติให้ออกแทน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา บอร์ดจึงได้ขยายอำนาจการสอบสวนโดยให้คณะกรรมการสอบสวนไปดูว่าการกระทำของนาย วิสิฐได้สร้างความเสียหายต่อ กบข.อย่างไร และสามารถที่จะเรียกร้องความเสียหายจากการกระทำดังกล่าวได้หรือไม่


  14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01eco02140752&sectionid=0103&day=2009-07-14

chairat

  • บุคคลทั่วไป

เผยผลสอบ "วิสิฐ" แค่ทำเสียภาพลักษณ์

นายวิสิฐ ตันติสุนทร

บอร์ด กบข. เผยผลสอบ "วิสิฐ" เป็นผู้บริหารจำเป็นต้องระวังไม่ให้เกิดข้อครหา ระหว่างผลประโยชน์ขององค์กรกับผลประโยชน์ส่วนบุคคล  อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นและความไว้วางใจได้  ถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควร....

ผู้ สื่อข่าวรายงานข่าวจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ถึงการประชุมบอร์ด กบข.เพื่อพิจารณาผลสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความผิดและความเสียหายกรณีนาย วิสิฐ ตันติสุนทร อดีตเลขาธิการคณะกรรมการ กบข.ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตและผิด ระเบียบนั้น คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯได้สรุปผลสอบนายวิสิฐว่า มีการกระทำความผิดในการซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อตนเองโดยไม่ได้ขออนุญาตตาม ประกาศและระเบียบของ กบข.จริงและมีการรายงานการถือครองหลักทรัพย์เพื่อตนเองไม่ครบถ้วนหลายกรณี

อย่าง ไรก็ตาม  หลักทรัพย์ที่นายวิสิฐได้ซื้อขายนั้นเมื่อพิจารณาถึงกระบวนการตัดสินใจลงทุน ของ กบข.ในระดับคณะจัดการกลยุทธ์การลงทุนไม่พบว่านายวิสิฐมีการใช้ประโยชน์จาก ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนของ กบข. หรือสั่งการให้ กบข.ไปทำรายการซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ตนเอง และในส่วนการพิจารณาความเสียหายต่อ กบข.นั้น เห็นว่าการซื้อขายของนายวิสิฐไม่ส่งผลให้ กบข.ต้องซื้อหลักทรัพย์ใดในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดหรือไม่ทำให้ กบข.ได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตาม กบข.เป็นองค์กรที่มีสมาชิกซึ่งเป็นข้าราชการเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ในการบริหารงานของผู้บริหารจึงจำเป็นต้องระมัดระวังมิให้เกิดข้อครหาใดๆ ระหว่างผลประโยชน์ขององค์กรกับผลประโยชน์ส่วนบุคคล ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของสมาชิกได้ จึงถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควร.

ทีมข่าวเศรษฐกิจ


18 กรกฎาคม พ.ศ.2552
http://www.thairath.co.th/content/eco/20328

ออฟไลน์ samart

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 680
  • การ์ม่า: 3

รู้สึกว่า คนดูเริ่มเปื่อยแล้ว (โดนต้ม)



chairat

  • บุคคลทั่วไป

สมาชิก กบข.เลยจี้รัฐแก้ปัญหาตามข้อเรียกร้อง - ขู่ฟ้องศาลยุบกองทุนคืนเงินสมาชิก



เลย - สมาชิก กบข เลยกว่า 500 คนเขียนใบลาออก พร้อมเครือข่ายทั้งจังหวัด หากนายกฯเมินการแก้ไขปัญหา ขู่หากไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้อง สมาชิก กบข.ทั่วประเทศจะยื่นฟ้องต่อศาลให้ยกเลิกกองทุนและคืนเงินแก่สมาชิก
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00น.วันนี้ (22 ก.ค.) ที่หอประชุมขุมทองวิไล ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เดินทางบรรยาย เพื่อให้ความรู้และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ (กบข.) และร่วมตอบคำถามสมาชิก รวมถึงรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ของสมาชิกเพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงวิธีการทำงาน
       
       โดยมีกลุ่มคัดค้านและสมาชิกที่เดือดร้อนจากปัญหากองทุน มาถือป้ายผ้า ประท้วงอยู่บริเวณ ด้านหน้าของหอประชุม
       
       นายอุทร พินิจมนตรี แกนนำและผู้ประสานงานองค์กรเครือข่าย สมาชิก กบข.จังหวัดเลย กล่าวว่า ในวันนี้ทางกลุ่มองค์กรผู้ประสานงานองค์กรเครือข่าย สมาชิก กบข.จังหวัดเลย ได้มาเรียกร้องสิทธิ์จากการบริหารของ กบข ที่ผิดพลาด ด้านนโยบายและมีการยื่นหนังสือ ดังกล่าวไปยังตัวแทน กบข ที่มา บรรยาย โดยมีข้อเรียกร้อง ดังต่อไปนี้
       
       1. ให้แก้หลักเกณฑ์การคำนวณเงิน กบข. ตามมาตรา 63 และมาตราที่เกี่ยวข้องในสูตรการคำนวณเป็น อัตราเงินเดือนเดือนสุดท้าย คูณ เวลาราชการ หารด้วย 50
       
       2. กรณีสมาชิก กบข. ถึงแก่ความตาย เพิ่มเติมให้มีสิทธิ์ได้รับเงินประเดิม เงินชดเชย และผลประโยชน์ตอบแทนอื่นอีกด้วย
       
       3. ให้สมาชิก กบข. สามารถลาออกจากการเป็นสมาชิกได้และมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญ เงินสะสม เงินสมทบ เงินประเดิม เงินชดเชย และผลประโยชน์ตอบแทนอื่นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
       
       4. ให้หลักเกณฑ์การคำนวณบำนาญ กบข. ใหม่มีผลย้อนหลัง
       
       5. ให้คณะกรรมการ กบข. คืนเงินที่ขาดหายไปแก่สมาชิกพร้อมดอกเบี้ย
       
       6. หากยังไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้อง 1-5 สมาชิก กบข. ทั่วประเทศจะดำเนินการดังนี้ คือ งดส่งเงินเข้ากองทุน (กบข.) ,ยื่นใบลาออกเพร้อมกัน ,สมาชิก กบข. ทั่วประเทศจะยื่นฟ้องต่อศาล ,ขอให้ยกเลิกกองทุนและคืนเงินแก่สมาชิก
       
       นายอุทร กล่าวต่ออีกว่า สมาชิก กบข ที่อยู่ในส่วนของครูนั้นทั้งจังหวัดเลยมีอยู่ประมาณ 5,000 คน วันนี้ทางสมาชิกได้รับการเดือดร้อน จากพ.ร.บ. กองทุน ซึ่งเอาเปรียบสมาชิก ทางแกนนำก็อยากให้มีการแก้ไข ซึ่งมาผลจากมาตร 63 ทำให้ การรับบำนาญน้อยลง มีปัจจัยกับค่าครองชีพของ สมาชิก ทุกคนที่มา ณ จุดนี้อยากลาออกจากการเป็นสมาชิก เราไม่เอาเงินสมสมทบก็ได้ แต่ให้เอาเงินสะสม ของเราคืนมา เราพร้อมที่จะลาออกอยู่แล้ว
       
       แต่วันนี้เขาไม่ให้เราลาออก เพราะเหตุผลใดก็อยากให้มีแก้ไข หากไม่ให้เราลาออกก็ให้แก้ไขกฏหมาย อย่างน้อย ร้อยละ 90 หรือเงินเดือนเดือนสุดท้าย หารด้วย 50 เต็มก็ยิ่งดี เพราะเงินก้อนนี้เป็นเงินของสมาชิก ที่เอาไปลงทุน หากไม่นำไปลงทุน ก็ควรแก้ให้พวกเราด้วย สมาชิกเดือดร้อนจริง
       
       สมาชิกที่เลยนั้น เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับกลุ่มและคอยผลักดัน ณ วันนี้มาการรวบรวมใบลาออก จาก กขบ นั้นมาอยู่ที่ผมแล้วเป็นจำนวนมาก เกือบทุกหน่วยงาน พร้อมไปยื่นที่กระทรวงการคลังและนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านรับปากไว้ และหลังจากนี้ไป และจากการที่รัฐบาลบอกว่า 60 วัน จะดำเนินการแก้ไขให้ ในช่วงนี้ทางกลุ่มก็จะมีการขับเคลื่อนไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้เขาลืมว่า สิ่งที่พวกเรายื่นไปนั้น ให้ดำเนินการ หากไม่ได้คำตอบที่จะมีการยื่นฟ้องศาลปกครอง และไม่จบแน่นอน ทางสมาชิกจะดำเนินการจนถึงที่สุดอย่างแน่นอน



22 กรกฎาคม 2552
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000082840

ออฟไลน์ adul

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1419
  • การ์ม่า: 0

ขอดันกระทู้นี้หน่อยเหอะ
รู้สึกว่ากงล้อประวัติศาสตร์กำลังจะหมุนมาซ้ำรอยเดิมเข้าแล้วครับ ท่านพระเดชพระคุณ

คราวปี 2551 นั้น
กบข.เจ๊ง 7 หมื่นล้านบาท เนื่องจากความเสื่อมของผู้บริหาร กบข.
แต่คราวปี 2557 นี้
มีข่าวว่ารัฐบาลกำลังจะล้วงมือเข้ามาฉกเงินจาก กบข. ไปร่วมโครงการจำนำข้าว
ถ้าหากขาดทุนเจ๊งบ๊งเหมือนคราวก่อนโน้น
ผมไม่ทราบว่าจะมีส้_บาทาหน้าไหนมารับผิดชอบ

 :o :o
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2014, 11:28:22 am โดย adul »

ออฟไลน์ adul

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1419
  • การ์ม่า: 0

ข้าราชการท่านใด
ที่ไม่ต้องการให้ใครมาทุบหม้อข้าวของเรา
โปรดช่วยกันส่งคำร้องเรียน / คัดค้านไปที่เว็บ กบข. ตามนี้ครับ
https://www.gpf.or.th/thai2013/contact/complaint.asp

ผมเองกรอกคำร้องเรียนไปว่า
"มีข่าวว่า รัฐบาลจะขายพันธบัตร / กู้เงิน จาก กบข.
เพื่อนำไปใช้ในโครงการจำนำข้าว
ผมในฐานะสมาชิก กบข. ขอคัดค้านในเรื่องนี้
กบข.ไม่สมควรไปลงทุนกับโครงการแย่ ๆ แบบนี้"

ช่วยๆกันครับ
อย่าเป็นข้าราชการไทยเฉย

ออฟไลน์ adul

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1419
  • การ์ม่า: 0

ข้าราชการท่านใดที่อยู่ในกรุงเทพฯ
จะนัดกันไปที่สำนักงาน กบข.
เพื่อรวมตัวกันไปบี้ผู้บริหาร กบข.โดยตรง
ก็ตามนี้ครับ



ออฟไลน์ adul

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1419
  • การ์ม่า: 0

คือ เมื่อวานนี้ผมได้ส่งเรื่องร้องเรียนไปยัง กบข.
ส่งไปทางเว็บฯ ที่ได้ทำลิงค์ไว้นี้
https://www.gpf.or.th/thai2013/contact/complaint.asp

ผมส่งไปตอนประมาณ 9 โมงเช้า
พอตกประมาณ 11 โมง
ก็มีคำตอบจาก กบข. ส่งเข้าอีเมล์ผมดังนี้

"เรียน คุณอดุลย์

ตามที่ท่านแจ้งเรื่องขอคัดค้านกรณีรัฐบาลจะนำเงิน กบข. ไปช่วยเหลือโครงการจำนำข้าว นั้น
ขอเรียนว่า ขณะนี้ กบข. ยังไม่ได้รับเชิญเข้าประมูลซื้อพันธบัตรรัฐบาลรักษาการที่ตั้งใจไปใช้ในโครงการรับจำนำข้าว
ทั้งนี้แม้ กบข. จะสามารถลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลได้เนื่องจากเข้าเกณฑ์หลักทรัพย์มั่นคง
แต่เนื่องจากโครงการดังกล่าวอยู่ในความสนใจของสาธารณชน อีกทั้งเป็นโครงการที่ได้รับการวิพากษ์ที่ หลากหลาย
กบข. จำเป็นต้องศึกษาประเด็นที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน
ทั้งนี้จะได้นำข้อคัดค้านของท่านเสนอไปยังผู้บริหารของ กบข. เพื่อพิจารณาต่อไป"


ก็ยังนับว่า กบข.(น่าจะ)ไว้วางใจได้อยู่ (มั้ง) ครับ
แต่อย่างไรก็ตาม
ข้าราชการทั้งหลายอย่าได้นิ่งนอนใจ
ช่วยส่งคำทักท้วงไปให้เยอะๆครับ
ช่วยกันรักษาหม้อข้าวของพวกเราไว้
อย่าให้ใครหน้าไหนมาปล้นเงินของเราไป
ขอบคุณครับ