ผู้เขียน หัวข้อ: "เพรียงทราย" หรือ "ไส้เดือนทะเล" ?  (อ่าน 18652 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ThaiJSP

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 175
  • การ์ม่า: 0
  • เพศ: ชาย
  • สร้างสรรค์ JSP ในเมืองไทย
    • ระบบฐานข้อมูล สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง
"เพรียงทราย" หรือ "ไส้เดือนทะเล" ?
« เมื่อ: มีนาคม 03, 2007, 11:40:24 am »

ปัจจุบันผลการวิจัย "เพรียงทราย" หรือ "ไส้เดือนทะเล" เชิงพาณิชย์แห่งแรกในเมืองไทย ภายใต้โครงการ "โครงการผลิตเพรียงทรายปลอดเชื้อ เชิงพาณิชย์เป็นอาหารสำหรับการเจริญพันธุ์ของพ่อแม่พันธุ์กุ้งขาว" ที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นั้นถือว่า ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี


ล่าสุดเมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา วช.ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อชมความคืบหน้าของโครงการฯ ที่ฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้ง "พิชิตพลฟาร์ม" ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และพบว่าการเพาะเลี้ยงเพรียงทรายปลอดเชื้อได้ผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว

นายสุพล ชุณหบัณฑิต เจ้าหน้าที่วิจัย 6 สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าโครงการฯ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2546 บอกว่า เพรียงทรายถือเป็นอาหารกุ้งที่มีคุณค่าทางอาหารสูงเหมาะสำหรับเป็นอาหารของกุ้งพ่อแม่พันธุ์กุ้งขาวแวนนาไม ซึ่งเดิมเกษตรกรส่วนใหญ่จะซื้อเพรียงทรายที่จับมาจากทะเล ในราคาสูงถึง กก.ละ 500 บาท แต่การนำเพรียงทรายมาจากธรรมชาติมาเลี้ยงกุ้งนั้น เกษตรกรต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องสิ่งปนเปื้อนมากับเพรียงทราย อาทิ เชื้อไวรัสตัวแดงดวงขาว และเชื้อแบคทีเรียวีบีโอ ส่งผลให้พ่อแม่พันธุ์กุ้งขาวแวนนาไม ลดความสามารถในการดูดซึมอาหาร ทำให้กุ้งอ่อนแอและไม่เติบโต

นี่คือที่มาของโครงการผลิตเพรียงทรายปลอดเชื้อ โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาระบบการผลิตเพรียงทรายปลอดเชื้อในเชิงพาณิชย์ และศึกษาผลของเพรียงทรายที่ผลิตได้ต่อการพัฒนารังไข่ของกุ้งขาว ทั้งนี้ ทีมงานคาดว่า ผลจากการวิจัยจะเอื้อประโยชน์ต่อการผลิตพ่อแม่พันธุ์และพัฒนาสายพันธุ์กุ้งขาวแวนนาไม เพื่อให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการผลิตและส่งออกกุ้งขาวคุณภาพดีต่อไป

สำหรับการดำเนินโครงการฯ เริ่มทดลองที่"ฟาร์มอรัญญา" ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง จากนั้นได้ย้ายการทดลองมาที่ "พิชิตพลฟาร์ม" ของ อรรณพ พุทธเจริญ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์กุ้งกุลาดำรายใหญ่ พร้อมทั้งปรับปรุงบ่อเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำขนาดพื้นที่ 4 ตารางเมตร จำนวน 33 บ่อ เป็นบ่ออนุบาลพ่อแม่พันธุ์เพรียงทรายจำนวน 6,000 ตัว และอนุบาลลูกเพรียงทรายอายุ 45 วัน อีก 6 แสนตัว ลูกเพรียงทรายอายุ 27 วัน จำนวน 1.5 แสนตัว และลูกเพรียงทรายอายุ 5 วัน อีก 2.5 แสนตัว

การเลี้ยงเพรียงทรายนั้นต้องควบคุมคุณภาพน้ำให้ดี และใช้สาร อี.เอ็ม ปรับสภาพน้ำก่อนเลี้ยง ส่วนอาหารของเพรียงทราย สุพลได้คิดค้นสูตรอาหารขึ้นมาเอง ประกอบด้วย ปลาป่น 60% รำข้าว 20% และอีก 20% เป็นการผสมระหว่างยีสต์ วิตามินบีรวม น้ำมันปลา และขมิ้นชัน ในอัตราส่วนเท่าๆ กัน

"การเลี้ยงลูกเพรียงทรายจนเติบโตเป็นพ่อแม่พันธุ์ใช้เวลา 4 เดือน ลงทุน 150 บาทต่อ 1 กก.และจากการศึกษาพบว่า เพรียงทรายที่เพาะเลี้ยงมีกรดไขมันสูงกว่าเพรียงทรายที่จับจากธรรมชาติถึง 2 เท่า นอกจากจะเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมแล้ว ยังเป็นอาหารของปลาสวยงาม กุ้งกุลาดำ ปลาทะเลได้อีกด้วย" นายสุพล กล่าว

ด้าน นายอรรณพ บอกว่า หลังจากที่เขาได้ทดลองนำลูกเพรียงทรายปลอดเชื้ออายุ 1-2 เดือน ไปเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำในฟาร์มนั้น สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ถึง 20% และกุ้งแข็งแรงขึ้นด้วย

หากสนใจข้อมูลเรื่องการเลี้ยง "เพรียงทราย" สอบเพิ่มเติมได้ที่โทร.0-3421-6198

- - - -- - - - - - - - - - - - -- - - - - - -
ข่าวจาก : คม ชัด ลึก วันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2547
ที่มา ; http://www.komchadluek.net/

ยงยุทธ

  • บุคคลทั่วไป
Re: "เพรียงทราย" หรือ "ไส้เดือนทะเล" ?
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 04, 2007, 02:35:50 pm »

การเพาะเลี้ยงเพรียงทรายของสำนักชายฝั่งเมื่อหลายปีก่อนทำที่ ภูเก็ต ระโนด เก้าเส้ง ตอนนี้เห็นเงียบไป อยากทราบว่าทำกันไปถึงไหนแล้วครับ ผลผลิต ปัญหาอุปสรรค หรือว่าเลิกรากันไปแล้ว  ที่อังกฤตล่าสุดทราบ มาว่าเขาผลิต SPF เพรียงกันแล้วคับ

zassa

  • บุคคลทั่วไป
Re: "เพรียงทราย" หรือ "ไส้เดือนทะเล" ?
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 07, 2007, 11:32:36 pm »

การเพาะเลี้ยงเพรียงทราย ( Perinereis sp. ) ในโรงเพาะฟัก                นันทวัน  ศานติสาธิตกุล                         ศพช.ภูเก็ต
 
         

          แม่เพรียง  หรือเพรียงทราย (sand worm) เป็นอาหารสดที่ในปัจจุบันเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งนิยมใช้เป็นอาหารเลี้ยงพ่อแม่กุ้งทะเล  เนื่องจากพ่อแม่พันธุ์กุ้งจากธรรมชาติที่ให้เพรียงทรายเป็นอาหารจะมีการพัฒนารังไข่ที่สมบูรณ์  ให้ไข่จำนวนมาก  และมีคุณภาพดี นอกจากนี้ยังใช้เพรียงทรายเป็นเหยื่อสำหรับตกปลา   ในธรรมชาติเพรียงทรายอาศัยฝังตัวใต้พื้นทรายบริเวณชายหาดน้ำปริ่มๆ หรือน้ำครึ่งหาด (intertidal zone)  และพบแพร่กระจายทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน 

 
 
 การขุนเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์

         การรวบรวมพ่อแม่พันธุ์มาเลี้ยง    ผู้วิจัยได้ออกเก็บเพรียงทรายจากธรรมชาติบริเวณชายหาดในจังหวัดภูเก็ต  และบางส่วนก็ซื้อมาจากเกษตรกรที่หาเพรียงทรายขาย  นำเพรียงทรายที่ได้มามาขุนเลี้ยงให้เป็นพ่อแม่พันธุ์ในบ่อคอนกรีตกลมขนาด 2 ตารางเมตร  ที่ความหนาแน่น 3,000-4,000 ตัว/ตารางเมตร  ให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปสำหรับเลี้ยงกุ้งเบอร์ 3 วันละ 2 ครั้ง  เปลี่ยนถ่ายน้ำทุกวัน
 
 การผสมพันธุ์วางไข่

         เมื่อเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ได้ 1-2 เดือน พบว่าพ่อแม่พันธุ์ที่สมบูรณ์เพศจะขึ้นมาว่ายน้ำบริเวณพื้นผิวน้ำ  ซึ่งพบมากในช่วงแรม 8 -15 ค่ำ  เวลา 04.00-12.00 น. ตัวผู้มีขนาดเล็กกว่าตัวเมีย  ตัวผู้มีน้ำหนัก 0.5 กรัม ยาว 6-7ซม.  ส่วนตัวเมียน้ำหนัก 0.9 กรัม ยาว 8-9ซม.ให้จับพ่อแม่พันธุ์มาผสมกันในภาชนะแยกต่างหาก  แม่เพรียงวางไข่ ประมาณ 50,000-70,000 ฟอง   เมื่อพ่อแม่พันธุ์ปล่อยไข่และน้ำเชื้อมาผสมกันแล้วให้นำไข่ไปฟักต่อในถังฟัก
 
 การเพาะฟักและอนุบาล

        ไข่ที่ได้รับการผสมแล้วนำไปฟักในถังฟักไข่ ใช้เวลาฟักประมาณ 30 ชั่วโมง  หลังจากไข่ฟักแล้วตัวอ่อนก็จะพัฒนารูปร่าง  และได้ระยะ nectochaete เมื่ออายุ 3 วัน หลังจากนั้นก็จะนำตัวอ่อนไปอนุบาลต่อในบ่อคอนกรีตกลมขนาด 2 ตารางเมตร โดยรองพื้นบ่อด้วยอวนตาถี่และทรายหนา 50 ซม. เติมน้ำทะเลสูงกว่าพื้นทราย 5-7 ซม.  เลี้ยงที่ความหนาแน่น 10,000-20,000 ตัว/ตารางเมตร  ให้อาหารพวกไดอะตอม วันละ 2 ครั้ง
 
 การเลี้ยงและให้อาหาร

        ประมาณ 2 สัปดาห์จะเริ่มสังเกตเห็นเพรียงทรายวัยอ่อนขึ้นมากินอาหาร  จึงเริ่มเปลี่ยนถ่ายน้ำ และเริ่มให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปสำหรับเลี้ยงกุ้ง(เบอร์ 0) วันละ 2 ครั้ง  เพรียงทราย 2-3 เดือน ให้อาหารกุ้งเบอร์ 1และ 2  เพรียงอายุ 3-4 เดือน ให้อาหารกุ้งเบอร์ 3  เพรียงทรายอายุ 4 เดือน สามารถเก็บผลผลิตได้ ซึ่งเพรียงทรายที่ได้มีขนาดประมาณ 0.6 กรัม และมีอัตรารอดตาย 40-50%
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 07, 2007, 11:34:58 pm โดย zassa »